รัฐบาลทรัมป์ห้าม ฮาร์วาร์ดไม่ให้รับทุนวิจัยในอนาคตรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดในการสกัดกั้นการสนับสนุนทางการเงินของรัฐบาลกลางต่อมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หนึ่งในสถาบันการศึกษาชั้นนำของสหรัฐอเมริกา โดยมีคำสั่งห้ามไม่ให้ฮาร์วาร์ดรับทุนวิจัยในอนาคตจากหน่วยงานของรัฐบาลกลาง ซึ่งนับเป็นมาตรการที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการวิชาการและจุดชนวนความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำอีกครั้ง

มือปืนสังหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นายในภูมิภาคดาเกสถาน
รัฐบาลทรัมป์ห้าม ฮาร์วาร์ดไม่ให้รับทุนวิจัยในอนาคต
การตัดสินใจครั้งนี้ของรัฐบาลทรัมป์มีพื้นฐานจากความกังวลด้านความมั่นคงของชาติและความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับโครงการวิจัยที่มีความอ่อนไหวหรือมีแนวโน้มว่าจะเชื่อมโยงกับต่างชาติ รัฐบาลระบุว่ามีความไม่แน่ชัดเกี่ยวกับการเปิดเผยแหล่งทุนและความร่วมมือของมหาวิทยาลัยกับองค์กรหรือบุคคลจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่รัฐบาลสหรัฐฯ มองว่าเป็นภัยคุกคามเชิงยุทธศาสตร์ เช่น จีน
กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานด้านความมั่นคงได้รับมอบหมายให้ทำการสอบสวนแหล่งที่มาของเงินทุนและความร่วมมือระหว่างฮาร์วาร์ดกับหน่วยงานจากต่างประเทศในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการรับทุนสนับสนุนโครงการวิจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีขั้นสูง ปัญญาประดิษฐ์ และชีววิทยาศาสตร์ ซึ่งรัฐบาลทรัมป์เกรงว่าจะถูกนำไปใช้ในทางที่ส่งผลเสียต่อความมั่นคงของสหรัฐ
คำสั่งห้ามดังกล่าวส่งผลกระทบในทันทีต่อแผนการวิจัยหลายโครงการของฮาร์วาร์ดที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ หรือกำลังอยู่ในกระบวนการยื่นขอทุนใหม่ ซึ่งรวมถึงโครงการด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และวิศวกรรมที่ต้องพึ่งพาทุนจากสถาบันระดับชาติ เช่น สถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH) และมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NSF) โดยนักวิจัยบางรายแสดงความกังวลว่าการขาดทุนสนับสนุนจากรัฐบาลจะทำให้ต้องยุติหรือชะลอโครงการที่มีศักยภาพสูงไว้ก่อน
มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดออกแถลงการณ์แสดงความผิดหวังอย่างรุนแรงต่อการตัดสินใจของรัฐบาล โดยระบุว่าการวิจัยควรอยู่เหนือประเด็นการเมือง และควรได้รับการสนับสนุนในฐานะความพยายามของมนุษยชาติในการแสวงหาความรู้และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม มหาวิทยาลัยยังยืนยันว่าการดำเนินโครงการวิจัยทั้งหมดอยู่ภายใต้กฎหมายและข้อกำหนดของสหรัฐอเมริกาอย่างเคร่งครัด
ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาหลายรายแสดงความกังวลว่าการตัดสินใจของรัฐบาลทรัมป์ครั้งนี้อาจส่งผลกระทบในระยะยาวต่อภาพลักษณ์ของสหรัฐในฐานะผู้นำด้านการวิจัยระดับโลก และอาจกระตุ้นให้สถาบันวิชาการบางแห่งหันไปพึ่งพาแหล่งทุนจากต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งอาจยิ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านความมั่นคงตามที่รัฐบาลกังวลอยู่แล้ว สถานการณ์นี้ยังสะท้อนความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างฝ่ายบริหารกับแวดวงการศึกษาในสหรัฐอเมริกาในยุคทรัมป์อย่างชัดเจน และทำให้เกิดคำถามถึงความสมดุลระหว่างการปกป้องความมั่นคงกับการส่งเสริมเสรีภาพทางวิชาการในประเทศประชาธิปไตยอีกด้วย
สนับสนุนโดย : สล็อต เว็บตรง
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0



