ผลกระทบ จากมาตรการภาษีของทรัมป์จนถึงตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง? มาตรการภาษีศุลกากรที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกาได้กำหนดไว้ และเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 สิงหาคม ได้ก่อให้เกิดผลกระทบในหลายมิติ ทั้งในระดับเศรษฐกิจภายในประเทศและความสัมพันธ์ทางการค้ากับนานาประเทศ โดยนโยบายนี้ถือเป็นการยกระดับการปกป้องอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ อย่างชัดเจน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างความสมดุลในการค้าระหว่างประเทศ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในตลาดโลก

นายกรัฐมนตรี ลิทัวเนีย ปาลุกคัส ลาออกหลังการประท้วง
ผลกระทบ จากมาตรการภาษีของทรัมป์จนถึงตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
ผลกระทบที่เห็นได้ชัดคือราคาสินค้าภายในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้านำเข้าจากประเทศที่อยู่ในรายชื่อถูกเก็บภาษีตามมาตรการใหม่ เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งล้วนเป็นสินค้าที่มีบทบาทสำคัญต่อผู้บริโภคและภาคการผลิตในประเทศ การปรับขึ้นภาษีเหล่านี้ส่งผลให้ต้นทุนของบริษัทต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้น และส่งต่อผลกระทบไปถึงผู้บริโภคในรูปแบบของราคาที่สูงขึ้นในสินค้าและบริการ ทำให้กำลังซื้อของประชาชนลดลงในบางภาคส่วน
ในระดับธุรกิจ บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งในสหรัฐฯ ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางการเงินที่จะเกิดขึ้นจากมาตรการดังกล่าว โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทที่มีห่วงโซ่อุปทานพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนจากต่างประเทศ หลายบริษัทเริ่มประเมินความเสี่ยงและวางแผนย้ายฐานการผลิตหรือปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจใหม่เพื่อลดต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้นจากภาษี ทั้งนี้ยังมีรายงานว่าบริษัทบางแห่งได้ชะลอการลงทุนใหม่หรือย้ายการผลิตไปยังประเทศอื่นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ
แม้ว่าทรัมป์จะประกาศเลื่อนการเรียกเก็บ “ภาษีตอบโต้” ออกไป ซึ่งเป็นมาตรการที่เขาได้ประกาศเมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อให้เวลาประเทศคู่ค้าเจรจาและบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ แต่ก็ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าความตึงเครียดทางการค้าจะลดลงในเร็ว ๆ นี้ การเลื่อนดังกล่าวอาจช่วยให้เกิดความยืดหยุ่นและเปิดช่องทางให้มีการเจรจาอย่างสร้างสรรค์มากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถขจัดความไม่แน่นอนที่ปกคลุมบรรยากาศการค้าโลกในขณะนี้ได้
นักวิเคราะห์เศรษฐกิจส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่ามาตรการภาษีของทรัมป์ในระยะสั้นอาจช่วยลดการขาดดุลการค้าและส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ แต่ในระยะยาวอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของสหรัฐฯ ในตลาดโลก โดยเฉพาะหากประเทศคู่ค้าหลักตอบโต้ด้วยมาตรการที่เท่าเทียมกันหรือหันไปหาพันธมิตรทางเศรษฐกิจอื่นแทน ความไม่แน่นอนนี้อาจเป็นตัวถ่วงการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยรวมแล้ว มาตรการภาษีของทรัมป์ในขณะนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงและจับตามองว่าจะนำพาเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไปในทิศทางใด ขณะที่ประชาชนและภาคธุรกิจยังคงต้องปรับตัวรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สนับสนุนโดย : แทงบอล
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0



