ข่าวทั่วไปรอบโลก

เมียนมาร์ยืนยัน ชาวโรฮิงญา 180,000 คนมีสิทธิ์เดินทางกลับบังกลาเทศ

เมียนมาร์ยืนยัน ชาวโรฮิงญา 180,000 คนมีสิทธิ์เดินทางกลับบังกลาเทศ รัฐบาลเมียนมาร์ได้ออกมายืนยันว่าชาวโรฮิงญาประมาณ 180,000 คนที่ลี้ภัยอยู่ในประเทศบังกลาเทศ มีสิทธิ์ในการเดินทางกลับถิ่นฐานเดิมในรัฐยะไข่ของเมียนมาร์ โดยการประกาศครั้งนี้มีขึ้นในระหว่างการประชุมหารือระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเมียนมาร์และบังกลาเทศ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อผลักดันกระบวนการส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญากลับประเทศให้เดินหน้า หลังจากกระบวนการดังกล่าวหยุดชะงักมาเป็นเวลานาน

เมียนมาร์ยืนยัน ชาวโรฮิงญา 180,000 คนมีสิทธิ์เดินทางกลับบังกลาเทศ รัฐบาลเมียนมาร์ได้ออกมายืนยันว่าชาวโรฮิงญาประมาณ 180,000 คน

ทรัมป์เรียกเก็บภาษี 50% จากเลโซโทของแอฟริกา ซึ่งถือเป็นอัตราสูงสุด

เมียนมาร์ยืนยัน ชาวโรฮิงญา 180,000 คนมีสิทธิ์เดินทางกลับบังกลาเทศ

ตัวแทนของเมียนมาร์ระบุว่ารัฐบาลได้ตรวจสอบและยืนยันสถานะของผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาที่ได้ลงทะเบียนไว้กับทางการบังกลาเทศแล้วจำนวน 180,000 คน และทั้งหมดถือว่าเป็นผู้มีสิทธิ์ตามกฎหมายในการเดินทางกลับเมียนมาร์ โดยมีการจัดทำเอกสารยืนยันตัวตนอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับถิ่นฐานเดิม ทั้งนี้ ทางการเมียนมาร์ยังยืนยันว่าผู้ลี้ภัยเหล่านี้จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายของประเทศ และจะได้รับการดูแลภายใต้มาตรการด้านมนุษยธรรม

อย่างไรก็ตาม การส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญากลับเมียนมาร์ยังคงเป็นประเด็นที่ซับซ้อนและมีความท้าทายอยู่ไม่น้อย เนื่องจากความกังวลของประชาคมโลกเกี่ยวกับสถานการณ์ความปลอดภัยและสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ที่จะรองรับการกลับคืนถิ่นฐาน หลายฝ่ายเรียกร้องให้เมียนมาร์สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมก่อนดำเนินการส่งตัวกลับอย่างเป็นทางการ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ลี้ภัยจะไม่เผชิญกับการกดขี่หรือการเลือกปฏิบัติอีกครั้ง

การลี้ภัยของชาวโรฮิงญาเริ่มต้นขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อปี 2017 หลังจากที่กองทัพเมียนมาร์เปิดปฏิบัติการทางทหารในรัฐยะไข่ ทำให้ชาวโรฮิงญากว่า 740,000 คนต้องหลบหนีข้ามพรมแดนมายังบังกลาเทศ และตั้งรกรากอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยบริเวณชายแดนซึ่งมีสภาพความเป็นอยู่ที่แออัดและยากลำบาก แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการเจรจาหลายครั้งเพื่อหาทางออกที่ยั่งยืน แต่การส่งตัวกลับยังไม่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม

บังกลาเทศในฐานะประเทศเจ้าภาพได้แสดงความยินดีต่อท่าทีของเมียนมาร์ และระบุว่าพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการผลักดันกระบวนการส่งตัวกลับ โดยเน้นย้ำว่าการส่งตัวต้องเป็นไปโดยสมัครใจ มีความปลอดภัย และมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทั้งนี้ทั้งสองประเทศตกลงที่จะจัดตั้งกลไกติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดหรือปัญหาในอนาคต

แม้จะยังมีอุปสรรคหลายประการ แต่ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณเชิงบวกที่อาจนำไปสู่การแก้ไขวิกฤตผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน และหากสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น อาจช่วยฟื้นฟูภาพลักษณ์ของเมียนมาร์ในเวทีระหว่างประเทศ และส่งเสริมความมั่นคงในภูมิภาคต่อไป

สนับสนุนโดย : ufabet

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0